โป๊กเกอร์ออนไลน์ POKER

โป๊กเกอร์ (Poker) - OLE777, FUN88, W88, Webet88, Entaplay

 

   โป๊กเกอร์ (Poker) เป็นเกมไพ่ที่มีผู้เล่นและเซียนพนันนิยมเล่นมากที่สุดอันดับหนึ่งของโลก รูปแบบของเกมไพ่ความไม่ซับซ้อน เป็นการใช้ความคิดและจิตวิทยาประกอบในการตัดสินใจ เพื่อเอาชนะการแข่งขันกับคู่ต่อสู้ ดังนั้นจึงเกิดอาชีพนักเล่นโป๊กเกอร์มืออาชีพขึ้นอย่างมากมายในหลายประเทศทั้งโซนยุโรป อเมริกา และทวีปเอเชียเองเช่นกัน รวมทั้งมีการจัดการแข่งขันไพ่โป๊กเกอร์ระดับโลกอย่างมากมาย กับเงินรางวัลที่มีมูลค่าหลายล้านเหรียญ

   จึงสามารถกล่าวได้ว่าไพ่โป๊กเกอร์เป็นเกมที่อาศัยทั้งโชค ความคิด จิตวิทยา การตัดสินใจที่แน่วแน่ และความเชี่ยวชาญในการเล่นเพื่อที่จะชนะจากการเล่นก็ว่าได้ ซึ่งหลายคนอาจเคยเห็นตัวอย่างได้จากภาพยนต์มากมาย ซึ่งคำย่อสากล ของผู้ที่ศึกษาและเล่นโป๊กเกอร์มีดังนี้ A คือ Ace (เอซ) K คือ King (คิง) Q คือ (Queen) ควีน หรือ แหม่ม J คือ (Jack) แจ๊ค T คือ สิบ และอันดับของไพ่ในโป๊กเกอร์จากมากไปหาน้อยจะเรียงได้จาก A K Q J T 9 8 7 6 5 4 3 2 โดยใช้ไพ่ทั้งหมด 52 ใบ ซึ่งในปัจจุบันโป๊กเกอร์ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะเกมคอมพิวเตอร์ที่มีโป๊กเกอร์อยู่มากมายและมีคนเล่นหลายแสนคนทั่วโลกต่อวันกับคาสิโนออนไลน์ที่ดีที่สุดในเอเชีย OLE777, FUN88, W88, Webet88, Entaplay

4.1 อันดับของไพ่ (Hand Ranks)

รอยัลสเตรทฟลัช (Royal Straight Flush)
ไพ่ที่ประกอบด้วย A , K , Q , J , 10 ที่มีดอกเดียวกัน ดอกใดก็ได้ (ถ้าหากมีเหมือนกันให้ถือว่าโพดำใหญ่สุด)

สเตรทฟลัช หรือเรียงสี (Straight Flush)
คือไพ่ 5 ใบ ที่เรียงลำดับกัน และมีดอกเดียวกัน

โฟร์การ์ด (Four of a kind)
ไพ่ที่มีแต้มเท่ากัน 4 ใบ (ชื่อเล่น : Quad)

ฟูลเฮ้าส์ (Full House)
(ตองคู่) ประกอบด้วยตอง และคู่ หากแต้มเท่ากันให้นับตองก่อน ตามด้วยแต้มคู่

ฟลัช หรือสี (Flush)
ไพ่ที่มีดอกเดียวกัน 5 ใบ ในกรณีที่มีฟลัชมากกว่า 1 คนให้นับใบที่มากที่สุด (ถือว่าเป็นตัว Kicker)

สเตรท หรือเรียง (Straight)
ไพ่ดอกใดก็ได้ที่มีแต้มเรียงลำดับต่อกัน 5 ใบ (เรียงต่ำที่สุดคือ 5 4 3 2 A และเรียงสูงที่สุดคือ A K Q J T) ในกรณีที่มีเรียงเหมือนกันมากกว่า 1 คน ให้นับจากใบที่มากที่สุด (ถือว่าเป็นตัว Kicker) หมายเหตุ : A (เอซ) เป็นได้ทั้งต่ำสุดและสูงสุด

ตอง (Three of a kind)
ไพ่ที่มีแต้มเท่ากัน 3 ใบ (หากมีตองแต้มเท่ากัน ให้นับตัว Kicker 2 ตัว เช่น 444KJ จะชนะ 444J3) (ชื่อเล่น : Trips, Triple)

2 คู่ (Two pair)
มีคู่ 2 คู่ (กรณีที่ 1 หากมีสองคู่เหมือนกัน ให้นับตัวที่มากที่สุดก่อน เช่น AAJJ5 ชนะ JJ553) (กรณีที่ 2: คู่ที่มากที่สุดเหมือนกันให้นับตัวถัดไป เช่น KK99J ชนะ KK22A) (กรณีที่ 3: มีคู่เหมือนกันทั้งสองคู่ นับตัว Kicker 1 ตัว เช่น AAKKQ ชนะ AAKKJ)

1 คู่ (One pair)
ไพ่ที่มี 1 คู่ (Note:หากมีไพ่คู่ตัวเดียวกัน ให้นับตัว Kicker เช่น AAK65 ย่อมชนะ AAQ65)

ไพ่สูง (High card)
หากไม่มีอะไรที่ว่ามา ให้นับไพ่ใบสูงที่สุด ใครมีไพ่สูงที่สุดชนะ (หากไพ่สูงที่สุดตัวแรกเท่ากันให้นับตัวที่สอง หากตัวที่สองเท่ากันอีก ให้แบ่งเงินกองกลาง)

 

4.2 ประเภทของเกมโป๊กเกอร์

 

   สำหรับประเถทของเกมไพ่โป๊กเกอร์นั่นมีมากยหลากหลาย แต่เราจะยกตัวอย่างเกมที่นิยมกันมากที่สุดนั่นคือ "เท็กซัส โฮลเอ็ม" (Texas Hold'em) ซึ่งผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับไพ่บนมือคนละสองใบและไพ่บนกลางโต๊ะอีก 5 ใบ ซึ่งชุดของ 3 ใบและไพ่อีก 2 ใบตามมาในรอบที่สอง โดยผู้เล่นแต่ละคนจะดูจากไพ่บนมือบวกกับบนโต๊ะว่ามีอันดับไพ่ที่ดีพอจะสู้ต่อหรือไม่ ซึ่งแต่ละรอบจะมีการเดิมพันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หรือมีการทิ้งไพ่ "หมอบ" นั่นเอง โดยรอบสุดท้ายผู้เล่นที่ได้อันดับไพ่สูงสุดจะเป็นผู้ชนะเงินเดิมพันทั้งหมด หากเสมอกันมากกว่า 1 คน จะทำการหารจำนวนเงินเท่าๆกัน

4.3 วิธีการเล่น

 

 ก่อนการเริ่มเกมส์ ผู้เล่นทางด้านซ้ายนับจากเจ้ามือ ตำแหน่งนี้จะเรียกว่า "Big Blind" และ "Small Blind" ซึ่งจะต้องเริ่มวางเดิมพันก่อน โดยตำแหน่ง Big Blind จะต้องวางเดิมพันเป็นสองเท่าของตำแหน่ง Small Blind เช่นถ้า Small  blind เริ่มวางเดิมพันจาก 100 บาท ตำแหน่ง Big Blind จะต้องวางเงินเดิมพันเป็น 200 บาท และนำเงินมาวางบนกลางโต๊ะรวมทั้งหมดในการเริ่ม 300 บาท ซึ่งเงินเดิมพันบนกลางโต๊ะนี้เรียกว่า "Pot" 

   ผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับคนละ 2 ใบ (Hole Card) เมื่อเจ้ามือแจกไพ่ครบแล้วจะเป็นส่วนของการวางเดิมพัน ซึ่งจำนวนเงินเงินวางเดิมพันขั้นต่ำจะขึ้นอยู่กับ Big Blind ซึ่งผู้เล่นสำหรับเพิ่มเงินวางเดิมพันได้หรือเรียกง่ายว่า "เกทับ"(Raise) ซึ่งผู้เล่นแต่ละคนต้องจ่ายเงินเท่ากับ เมื่อผู้เล่นแต่ละคนประเมินแต้มอันดับบนมือของตนเองแล้ว หากคิดว่าสู้ไม่ไหว ผู้เล่นสามารถทิ้งไพ่ได้ "หมอบ" (Fold) ซึ่งผู้เล่นไม่ต้องวางเงินเดิมพัน โดยไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินเดิมพันในรอบนั้น ต้องรอรอบถัดไป

   เมื่อการวางเงินเดิมพันรอบแรกสิ้นสุดลง เจ้ามือจะทำการเปิดไพ่อีกสามใบบนโต๊ะ (The Flop) และถัดจากนั้นอีกหนึ่งใบ (Turn) ในรอบนี้ผู้เล่นแต่ละคนสามารถบอกผ่านได้ (Check) โดยที่ไม่ต้องวางเงินเดิมพันเพิ่ม หากไม่มีใครสู้ต่อ หรือหากจะสู้สามารถวางเดิมพันเพิ่มได้โดยการ Call และหลังจากนั้นไพ่ใบสุดท้ายจะถูกเปิดออก (The River) โดยไพ่ทั้งหมด 5 ใบบนโต๊ะ ผู้เล่นแต่ละคนจะต้องเลือกไพ่ 5 ใบที่สุดบวกกับไพ่บนมือของตนเอง ใครที่ได้ไพ่ที่ดีที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะไป (Winner takes all) แต่ถ้าได้ไพ่เหมือนกันและตัว Kickers เหมือนกัน อันดับไพ่ก็เท่ากัน เงินรางวัลก็จะแบ่งเท่าๆกัน โดยเกิดขึ้นไม่บ่อยมากนัก

 

4.4 ตัวอย่างไพ่

ตัวอย่าง

ผู้เล่นแต่ละคนจะต้องเลือกไพ่ที่ดีที่สุด 5 ใบจากทั้งหมด 7 ใบ โดยตัวอย่างนี้ ผู้เล่น C ได้ไพ่ที่ดีที่สุด ฟลูเฮ้าส์ จึงเป็นผู้ชนะ รองลงมาเป็นผู้เล่น B ได้ ฟลัช และผู้เล่นที่ได้ไพ่ตำสุดรอบนี้คือผู้เล่น A ตองสี่ 

4.5 ศัพท์ในเกม

 

การแจกครั้งแรก
ไพ่ชุดแรกที่แจกให้ผู้เล่นก่อนที่ผู้เล่นจะต้องตัดสินใจ

ไพ่โฮลหรือไพ่บนมือ (HOLE CARDS)
ไพ่ 2 ใบแรกที่แจกให้ผู้เล่นแต่ละคนโดยคว่ำหน้าลง จะเรียกกันอีกอย่างว่า "พ็อคเก็ตการ์ด" ในเท็กซัส โฮลด์เอ็ม

แบ๊ดบีท (BAD BEAT)
คำนี้เป็นศัพท์ที่ใช้หมายถึงตอนที่ท่านมีไพ่ในมือที่ดีมาก แต่ก็ต้องแพ้มือที่ดีกว่า ห้องโป๊กเกอร์บางแห่งให้รางวัลแจ็คพ็อตสำหรับมือแบ๊ดบีทที่ดีที่สุด ซึ่งก็คือมือแพ้ที่ดีที่สุดนั่นเอง

บิ๊กบลายด์ (BIG BLIND)
ผู้เล่นที่อยู่ตำแหน่งทางซ้ายมือของเจ้ามือ บังคับวางเดิมพัน ซึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่ง ของเดิมพันจำนวนน้อยที่สุด ผู้เล่นที่อยู่ทางซ้ายมือของเขาจะวางบิ๊กบลายด์ ซึ่งมีเท่ากับเงินเดิมพันที่น้อยที่สุด

สมอลบลายด์ (SMALL BLIND)

ผู้เล่นที่อยู่ตำแหน่งทางซ้ายมือของเจ้ามือวาง บังคับวางเดิมพันจำนวนน้อยที่สุด

เจ้ามือ (DEALER)
คือผู้เล่นที่ได้รับการตั้งให้เป็นเจ้ามือในแต่ละรอบ ซึ่งไม่ได้เป็นคนแจกไพ่จริงๆ แต่เป็นคนที่วางเดิมพันเป็นคนสุดท้าย จึงเป็นตำแหน่งที่อาจได้เปรียบ

บอร์ด (BOARD)
ไพ่หงายในเกมฟล็อป

ปุ่ม (BUTTON)
แผ่นกลมที่จะบอกว่าใครเป็นเจ้ามือสำหรับมือนี้ ปุ่มนี้จะเลื่อนตามเข็มนาฬิกา (ไปทางซ้าย) ในแต่ละมือ

เงินกองกลาง (POT)
จำนวนเงินหรือชิปทั้งหมดที่อยู่กลางโต๊ะ เป็นจำนวนเงินที่เราจะได้เมื่อเล่นชนะ

สู้ (CALL)
เดิมพันที่เท่ากับเดิมพันที่วางอยู่ตอนนั้น

หมอบ (FOLD)
การทิ้งไพ่ เมื่อท่านคิดว่าไพ่ในมือของท่านไม่ดีพอที่จะเล่นแล้ว

ผ่าน (CHECK)
หากไม่มีการวางเดิมพันเพิ่มอีก ท่านสามารถผ่านแล้วรอดูว่าจะมีคนอื่นวางเดิมพันหรือไม่ หากทุกคนผ่าน เกมก็จะเลื่อนไปเล่นรอบต่อไป

เก, เกทับ (RAISE, RE-RAISE)
เดิมพันที่เป็นการเพิ่มเงินเดิมพันที่วางอยู่ในตอนนั้น

เทหน้าตัก (ALL-IN)
เมื่อผู้เล่นมีชิปไม่พอที่จะ "สู้" เขาต้องเดิมพันด้วยชิปทั้งหมดที่มีรวมทั้งเงินกองกลางในตอนนั้นด้วย เดิมพันใดๆ ที่วางหลังจากนั้นจะอยู่วางไว้นอกกองกลาง เรียกว่าไซด์พ็อต และเขาจะไม่เกี่ยวข้องกับเงินไซด์พ็อตนี้ หากมือของเขาสูงที่สุด เขาจะได้เงินจากเงินกองกลางเท่านั้น แต่จะไม่ได้เงินไซด์พ็อต

ฟล็อป (FLOP)
ไพ่ 3 ใบแรกในไพ่หงายของเกมเท็กซัส โฮลด์เอ็ม หรือ โอมาฮ่า โป๊กเกอร์
เทิร์น (TURN)
ไพ่ใบที่ 4 จากกองกลางในเกมฟล็อป
ริเวอร์ (RIVER)
ไพ่ใบสุดท้ายในไพ่หงายของเกมฟล็อป และหมายถึงไพ่ใบสุดท้ายใน 7 การ์ด สตั๊ด
ตัวคุม (KICKER)
ไพ่แต้มสูงที่อยู่กับไพ่คู่หรือ 2 คู่ (นับตัวคุมเพียงหนึ่งใบ หากเท่ากัน เช่น K - K ให้ตัดสินเป็นเสมอและแบ่งเงินกองกลาง โดยไม่ดูดอกไพ่ และไม่ดูไพ่ลำดับถัดไป)
มัคการ์ด (MUCKED CARDS)
การทิ้งไพ่โดยที่ไม่ให้ใครเห็นไพ่นั้น
นัท (NUTS)
มือที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในเกม มือที่ชนะทุกมือ และสมควรจะวางเดิมพันให้มากๆ
พ็อคเก็ตคาร์ด (POCKET CARDS)
มีความหมายเหมือนกับไพ่โฮล
โพสต์ (POST)
โพสต์ โดยขึ้นอยู่กับ โป๊กเกอร์ เกม
อัตราการหักเงินกองกลาง (RAKE)
เงินที่คาสิโนดึงมาจากเงินกองกลางทุกครั้งเป็นค่านายหน้า
ฟิช (FISH)
ผู้เล่นที่อ่อนหัดที่สุดในโต๊ะ เป็นคนที่เสียเงินมากที่สุด เกี่ยวกับคำนี้จะมีสำนวนอยู่ว่า "หากมองดูไปรอบๆ โต๊ะแล้วไม่เจอคนที่อ่อนที่สุด แสดงว่าตัวคุณนั่นเองที่อ่อนที่สุด และคุณควรจะเลิกเล่นได้แล้ว"
อบของการวางเดิมพัน (ROUNDS OF BETTING)
รอบของการวางเดิมพันจะจบลงเมื่อผู้เล่นทุกคนได้มีโอกาสที่จะหมอบ สู้ หรือเพิ่มแล้ว
เปิดทั้งหมด (SHOWDOWN)
เมื่อการวางเดิมพันเสร็จสิ้นผู้เล่นทุกคนจะต้องเปิดไพ่ทุกใบในมือ เพื่อดูว่าใครมีมือที่สูงที่สุด

  สล็อตออนไลน์

แบล็คแจ๊คออนไลน์